🏀

Lab 85 — ลูกบอลกระดอน: สัมประสิทธิ์การกระดอน (3D)

ปล่อยลูกบอลจากที่จับแม่เหล็กข้างไม้เมตรตั้ง · ภาพค้างที่จุดสูงสุดของการกระดอนแต่ละครั้ง อ่านความสูงที่ขอบล่างลูก · เครื่องจับเวลาเสียงกระทบวัดช่วงเวลาระหว่างการกระทบ · หา e จากความสูง e = √(h₂/h₁) และจากเวลา e = T₂/T₁ · ลูกซูเปอร์บอล กอล์ฟ เทนนิส ปิงปอง และลูกปริศนา X

3D · three.js KP Science simulation
🎯 วัตถุประสงค์ของการทดลอง (กดเพื่อย่อ/ขยาย)
  1. วัดความสูงที่ลูกบอลกระดอนขึ้นแต่ละครั้ง และเวลาระหว่างเสียงกระทบ แล้วคำนวณสัมประสิทธิ์การกระดอน e ของลูกบอล 4 ชนิด
  2. เปรียบเทียบค่า e ที่ได้จาก 2 วิธี: จากความสูง e = √(hₙ₊₁/hₙ) และจากเวลา e = T₂₃/T₁₂
  3. อธิบายว่าในการกระดอนแต่ละครั้งพลังงานจลน์หายไป 1 − e² และความสูงลดลงตาม hₙ = h₀e²ⁿ
  4. ทดสอบว่า e ขึ้นกับความสูงที่ปล่อยหรือไม่ และอธิบายผลของแรงต้านอากาศต่อลูกปิงปอง
  5. ใช้วิธีเดียวกันหาค่า e ของลูกปริศนา X
🖐 จับ ที่จับแม่เหล็ก แล้วลากขึ้น-ลงเพื่อตั้งความสูงปล่อย
🖱 ลากที่ว่าง = หมุนภาพ · ล้อ = ซูม · Shift+ลาก = เลื่อน
📱 1 นิ้ว = ลาก/หมุน · 2 นิ้ว = ซูม/เลื่อน
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ หรือเบราว์เซอร์นี้ไม่รองรับ WebGL
จึงอ่านไม้เมตรในภาพ 3D ไม่ได้ — เปลี่ยนเป็นโหมด ⚡ อัตโนมัติ ในแผงด้านข้างเพื่อให้ระบบอ่านค่าให้
📝 บันทึกผลการวัด — ความสูงวัดที่ขอบล่างของลูก · เวลาจากจอเสียงกระทบ
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลและค่า e ที่ซ่อนไว้ไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🏀 ลูกบอล
📏 ความสูงปล่อย
ตำแหน่งที่จับ (โดยประมาณ)
—
เส้นผ่านศูนย์กลางลูก
—
ลากที่จับแม่เหล็กในภาพ 3D หรือกด ⬆ ⬇ · ค่าที่บันทึกต้องอ่านจากไม้เมตรเอง (ขีดชี้สีแดงที่ขอบล่างลูก) · ลูกตกลงกลางแผ่นกระแทกหินแกรนิตเดียวกันทุกครั้ง
▶ ปล่อย / เก็บลูก
หลังปล่อย จะมีภาพค้างที่จุดสูงสุดของการกระดอนครั้งที่ 1, 2, 3 พร้อมเส้นเล็งจางไปยังไม้เมตร · กด 🔍 อ่าน วนดู h₀ → h₁ → h₂ → h₃ ใกล้ ๆ · จอเครื่องจับเวลาแสดงเวลาระหว่างเสียงกระทบพื้นแต่ละครั้ง
📊 ผลที่บันทึกล่าสุด
ยังไม่มีการบันทึก — ปล่อยลูก อ่านความสูงและเวลา แล้วกรอกในกรอบ “📝 บันทึกผลการวัด” ใต้ภาพ
📋 ตารางบันทึกผล
① ความสูงการกระดอน · e จากความสูง
② เวลาระหว่างการกระทบ · e จากเวลา
📈 กราฟจากข้อมูลที่บันทึก
🎯 ตรวจคำตอบ
สัมประสิทธิ์การกระดอนของลูก X · e =
ทำนาย: ลูกที่มี e = 0.90 ปล่อยจาก 100.0 cm (ไม่คิดแรงต้านอากาศ) กระดอนครั้งที่ 2 สูงสุดกี่ cm = cm
e ของลูก X: ถือว่าถูกเมื่อคลาดไม่เกิน ±0.03 · คำทำนาย: คลาดไม่เกิน 1.5 cm · โหมดวัดเองไม่แสดงค่าจริง

🎯 วัตถุประสงค์ — เมื่อจบการทดลอง นักเรียนสามารถ

  1. วัดความสูงที่ลูกบอลกระดอนขึ้นแต่ละครั้ง และเวลาระหว่างเสียงกระทบ แล้วคำนวณสัมประสิทธิ์การกระดอน e ของลูกบอล 4 ชนิด
  2. เปรียบเทียบค่า e ที่ได้จาก 2 วิธี: จากความสูง e = √(hₙ₊₁/hₙ) และจากเวลา e = T₂₃/T₁₂
  3. อธิบายว่าในการกระดอนแต่ละครั้งพลังงานจลน์หายไป 1 − e² และความสูงลดลงตาม hₙ = h₀e²ⁿ
  4. ทดสอบว่า e ขึ้นกับความสูงที่ปล่อยหรือไม่ และอธิบายผลของแรงต้านอากาศต่อลูกปิงปอง
  5. ใช้วิธีเดียวกันหาค่า e ของลูกปริศนา X

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

ขั้นตอน

  1. เลือกลูกซูเปอร์บอล · ลากที่จับแม่เหล็กไปที่ความสูงประมาณ 100 cm
  2. กด 🔍 อ่าน h₀ อ่านความสูงที่ขีดชี้สีแดง (ขอบล่างลูก) · กด ▶ ปล่อยลูก
  3. กด 🔍 อ่าน ซ้ำเพื่อดูภาพค้างครั้งที่ 1, 2, 3 อ่านความสูงของขอบล่างภาพค้างบนไม้เมตร · กด 🔍 จอจับเวลา อ่าน T₁₂ และ T₂₃
  4. กรอกแล้วกด 📝 บันทึก · ทำซ้ำที่ความสูงปล่อยอื่นอย่างน้อย 1 ครั้ง
  5. ทำซ้ำกับลูกกอล์ฟ เทนนิส ปิงปอง และลูก ❓ X
⚠️ อ่านที่ขอบล่างของลูกทุกครั้ง (ไม่ใช่จุดกลางลูก) เพราะ h₀ ก็วัดที่ขอบล่าง · ลูกปิงปองเบา แรงต้านอากาศมีผลมาก ทำให้ค่า e ที่คำนวณได้ (ทั้งจากความสูงและจากเวลา) ต่ำกว่าค่าจริง และยิ่งปล่อยจากที่สูง ค่าที่ได้ยิ่งต่ำ — ลองปล่อยปิงปองจากหลายความสูงแล้วดูกราฟ e – h₀

ตารางบันทึกผล (ตัวอย่างหัวตาราง)

ลูก | h₀ | h₁ | h₂ | h₃ (cm) | √(h₁/h₀) | √(h₂/h₁) | √(h₃/h₂) | e เฉลี่ย | T₁₂ | T₂₃ (ms) | e = T₂₃/T₁₂ | Ek หลังกระทบ/ก่อนกระทบ = e²

คำถามท้ายการทดลอง

  1. ลูกชนิดใดมีค่า e มากที่สุดและน้อยที่สุด
  2. ค่า e ขึ้นกับความสูงที่ปล่อยหรือไม่
  3. ในการกระดอนแต่ละครั้งพลังงานจลน์หายไปกี่ % สำหรับลูกแต่ละชนิด
  4. ทำไม e ของลูกปิงปองที่ปล่อยจากที่สูงจึงต่ำกว่าเมื่อปล่อยจากที่ต่ำ ขณะที่ลูกกอล์ฟแทบไม่เปลี่ยน
  5. ถ้า e = 1 ลูกบอลจะกระดอนอย่างไร เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

1. สัมประสิทธิ์การกระดอนกับพื้น

พื้นมีมวลมากมาก จึงแทบไม่เคลื่อนที่ สัมประสิทธิ์การกระดอนจึงเป็นอัตราส่วนของอัตราเร็วที่ลูกออกจากพื้นต่ออัตราเร็วที่ลูกชนพื้น

e = v_หลังกระทบ / v_ก่อนกระทบ

2. e จากความสูง

ตกจากความสูง h: v = √(2gh) กระดอนขึ้นสูง h′: v′ = √(2gh′)
e = v′/v = √( h′ / h ) → hₙ = h₀ e²ⁿ ln hₙ = ln h₀ + 2n ln e

กราฟ hₙ₊₁ กับ hₙ เป็นเส้นตรงผ่านจุดกำเนิด ความชัน = e² · กราฟ ln h กับ n เป็นเส้นตรง ความชัน = 2 ln e

3. e จากเวลาระหว่างการกระทบ

ลูกออกจากพื้นด้วยอัตราเร็ว v ใช้เวลาขึ้นแล้วตกกลับ T = 2v/g
e = v₂/v₁ = T₂₃ / T₁₂

วิธีนี้ไม่ต้องวัดความสูง ใช้แค่เสียงกระทบ จึงทำได้แม่นด้วยสมาร์ตโฟน · แรงต้านอากาศลดทั้งความสูงที่ลูกขึ้นได้และเวลาลอยตัว สองวิธีจึงให้ค่าใกล้กัน แต่ต่ำกว่าค่า e จริงของลูก · ลูกเบาที่ปล่อยจากที่สูง (เร็วมาก แรงต้านมาก) เห็นผลชัดที่สุด ค่าที่วัดได้จึงขึ้นกับความสูงที่ปล่อย

4. พลังงานที่หายไป

Ek หลังกระทบ / Ek ก่อนกระทบ = e² ส่วนที่หายไปต่อครั้ง = 1 − e²
💡 แบบจำลอง: g = 9.8 m/s² · ค่า e ของลูกแต่ละชนิดสุ่มในช่วงสมจริงต่อการเปิดหน้า (ซูเปอร์บอล 0.86–0.92 · กอล์ฟ 0.78–0.84 · เทนนิส 0.70–0.76 · ปิงปอง 0.82–0.90 · X 0.55–0.92) · แรงต้านอากาศแปรตามอัตราเร็วกำลังสอง ลูกปิงปองมากที่สุด · ตำแหน่งที่จับบนขาตั้งมีระยะคลาดเล็กน้อย จึงต้องอ่าน h₀ จากไม้เมตรเอง · เครื่องจับเวลาเสียงละเอียด 1 ms